ชายหาดจ้าวหลาว

เล่นน้ำทะเล น้ำใสหาดสวย ที่ ชายหาดจ้าวหลาว อ.ท่าใหม่

โชว์โลมาแสนรู้ที่โอเอซิสซีเวิลด์ อ.แหลมสิงห์

พบกับโลมาหลากหลายสายพันธุ์ ที่จะทำให้คุณอมยิ้ม กับหลากหลายลีลาน่ารักๆ

สะพานแหลมสิงห์

ชมวิวสวยๆ บรรยากาศชิลๆ บนสะพานแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์

น้ำตกพลิ้ว

เล่นน้ำฉ่ำชื่นกับฝูงปลาพลวง กับบรรยากาศเย็นสบาย ที่น้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์

ปลายจันท์รีสอร์ท

พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ลิ้มรสอาหารแสนอร่อย ที่ปลายจันท์ อ.ขลุง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลอย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลอย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อำเภอเมืองจันทบุรี (Chanthanimit)


อำเภอเมืองจันทบุรี เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรีตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอท่าใหม่ อำเภอเขาคิชฌกูฏ และอำเภอมะขาม ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอมะขามและอำเภอขลุง ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอขลุงและอำเภอแหลมสิงห์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอท่าใหม่


การปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอเมืองจันทบุรีแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 11 ตำบล 98 หมู่บ้าน ได้แก่  
1. ตลาด (Talat)
2. วัดใหม่ (Wat Mai) 
3. คลองนารายณ์ (Khlong Narai)  
4. เกาะขวาง (Ko Khwang) 
5. คมบาง (Khom Bang) 
6. ท่าช้าง (Tha Chang) 
7. จันทนิมิต (Chanthanimit) 
8. บางกะจะ (Bang Kacha)
9. แสลง (Salaeng) 
10. หนองบัว (Nong Bua) 
11. พลับพลา (Phlapphla)



การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอเมืองจันทบุรีประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง ได้แก่
1. เทศบาลเมืองจันทบุรี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตลาดและตำบลวัดใหม่ทั้งตำบล

2. เทศบาลเมืองท่าช้าง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลท่าช้าง

3. เทศบาลเมืองจันทนิมิต ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจันทนิมิตทั้งตำบล

4. เทศบาลตำบลบางกะจะ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบางกะจะ

5. เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลคลองนารายณ์และบางส่วนของตำบลพลับพลา

6. เทศบาลตำบลหนองบัว ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหนองบัว

7. เทศบาลตำบลเกาะขวาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะขวางทั้งตำบล

8. เทศบาลตำบลแสลง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแสลงทั้งตำบล

9. เทศบาลตำบลค่ายเนินวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางกะจะ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบางกะจะ)

10. เทศบาลตำบลพลับพลา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพลับพลา (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์)

11. องค์การบริหารส่วนตำบลคลองนารายณ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองนารายณ์ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์)

12. องค์การบริหารส่วนตำบลคมบาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคมบางทั้งตำบล

13. องค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าช้าง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลเมืองท่าช้าง)

14. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองบัว (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหนองบัว)




สถานที่ท่องเที่ยว

อาสนวิหารจันทบุรี อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกเก่าแก่ประจำเขตมิสซังจันทบุรีตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิต ถัดจากวัดไผ่ล้อมไปทางแยกขวา 2 กิโลเมตร มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดจันทร์ ตามหลักฐานในเอกสารได้บันทึกไว้ว่าเริ่มสร้างโบสถ์ระหว่างปี พ.ศ. 2254-2285 โดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสและสัตบุรุษชาวญวนที่อาศัยอยู่ในเมืองจันทบุรีขณะนั้น และทำการปรับปรุงมาโดยตลอด ครั้งสุดท้ายได้บูรณะในปี พ.ศ. 2487-2528 ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีรูปทรงทางสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่เรียกว่า ศิลปะกอทิก ตกแต่งด้วยกระจกสีติดผนัง เป็นภาพทางศาสนาคริสต์ที่สวยงามมาก


อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เชื่อว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีใช้เป็นที่ต่อเรือรบเมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่าเพื่อกู้เอกราชชาติไทยเมื่อปี พ.ศ. 2310 โดยทางหลวงโบราณคดีใต้น้ำ กองโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ทำการขุดค้นซากเรือและตรวจสอบชั้นดินทางโบราณคดี พบส่วนประกอบต่าง ๆ ของเรือโบราณและสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นเรือสำเภาจีนแบบฝูเจี้ยนขนาดเล็ก มีใบสามเถา ใช้หางเสือเรือ ขนาดเรือยาว 24 เมตร กว้าง 5 เมตร และบริเวณรอบ ๆ มีแอ่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ตามริมฝั่งอ่าว ลักษณะคล้ายอู่เรืออยู่หลายแห่ง การเดินทางอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีนี้ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหมู่บ้านเสม็ดงาม เลยไปวัดเสม็ดงาม เลี้ยวขวาตรงป้ายบอกทางเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี


ค่ายเนินวง เป็นโบราณสถานอันเก่าแก่ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่บ้านเนินวง ตำบลบางกะจะ ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนท่าแฉลบประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางแยกอีก 400 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2377 ในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างค่ายที่บ้านเนินวง อำเภอท่าใหม่ (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอเมืองจันทบุรี) เพื่อใช้เป็นที่มั่นต่อสู้กับญวน ต่อมาป้อมนี้ชำรุดทรุดโทรมไปมาก ปี พ.ศ. 2516 จึงได้มีการบูรณะตัวป้อมและประตูค่ายทางด้านทิศตะวันออกใหม่ เมื่อขึ้นไปยืนอยู่ตรงป้อมและมองออกไปจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของท้องทะเลได้อย่างชัดเจน สองฟากของตัวป้อมเป็นกำแพงวัด ปัจจุบันทางกรมศิลปากรได้นำปืนโบราณมาตั้งแสดงไว้โดยหันกระบอกปืนสู่ทะเลอย่างเตรียมพร้อม ส่วนภายในบริเวณค่ายซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสวนยางและสวนผลไม้


ยังมีวัดที่สำคัญอีกวัดหนึ่งที่สร้างขึ้นมาพร้อมค่ายแห่งนี้คือ วัดโยธานิมิต นอกจากนี้ยังจะมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การพาณิชย์นาวีตั้งอยู่ มีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเดินเรือ การค้าทางทะเล แสดงการสำรวจการขุดค้นพบโบราณคดีใต้น้ำ และแสดงเครื่องถ้วยชามสังคโลกที่ได้จากซากเรือโบราณที่จมในอ่าวไทย

_______________________________________

เรียบเรียงโดย ที่นีเมืองจันท์
_______________________________________

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อาชีพการทำพลอยในจังหวัดจันทบุรี (gems story)


เพชรพลอย เป็นอัญมณีที่มีค่าและถูกยกย่องว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่สูงค่า ซึ่งมนุษย์ทุกผู้ ทุกนามต้องการที่จะมีไว้เป็นสมบัติครอบครองโดยเฉพาะสตรี ซึ่งใช้ป็นเครื่องประดับร่างกายให้ดู สวยงามน่ารัก ทั้งยังเป็นเครื่องบ่งชี้ฐานะของผู้ป็นเจ้าของด้วย เพชรพลอยและอัญมณีอื่นๆ ในโลกนี้มีมากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีกำเนิดจากแร่ธาตุต่าง ๆ กัน เป็นที่น่าอัศจรรย์ และพิศวงยิ่งนักมนุษย์ได้จำแนกชนิดของพลอยชนิดต่าง ๆ ตามลักษณะ คุณสมบัติของธรรม ชาติ ความแข็ง สีสรรและความบริสุทธิ์ของเนื้อพลอยชนิดนั้น ๆ จากการที่พลอยมีแสงประกาย เจิดจ้างดงามเป็นของที่เสาะแสวงหายากยิ่งนั้นทำให้เป็นที่เชิดชูยกย่องและ หวงแหน ยึดถือเป็น สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล แก่ผู้ที่มีไว้ในครอบครอง


สำหรับประเทศไทยเราอัญมณี 9 ชนิด ที่ ยึดถือว่าเป็นเครื่องประดับที่เป็นมงคลสามารถปกป้องภัยภิบัติ และยังความเป็นสิริมงคงแก่ผู้ สวมใส่ นั่นคือ

  • เพชรดีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต
  • เหลืองสดใสบุษราคัม แดงแก่กล่ำโกเมนเอก
  • สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว
  • แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพทูรย์

จันทบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ที่ธรรมชาติประทานพื้นที่ดินให้ไว้ซึ่งอุดมไปด้วย แร่ธาตุนานาชนิด และอัญมณีที่มีค่ามากมายดาระดาษทั่วไปในพื้นที่ของอำเภอต่าง ๆ ซึ่งนับว่า เป็นทรัพยากรของชาติที่สำคัญ และนำเงินตราเข้าประเทศได้อย่างมหาศาลในปีหนึ่ง ๆ ซึ่งเป็น อาชีพหนึ่งที่ชาวจันท์ยึดถือสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นเวลาช้านานแล้ว


พลอยจังหวัด จันทบุรีที่ขุดได้จากใต้แผ่นดินเมืองจันท์ ได้ชื่อว่าเป็นเป็นอัณมณีน้ำดีเป็นเอกเป็นที่รู้จักกันอย่าง ดี ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ แม้กระทั่งบันทึกของ นายจอนห์ คราฟอร์ด พ่อค้าชาวอังกฤษ ที่เข้ามาค้าขายกับไทย ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณปี 2365 ได้บันทึกไว้ว่า " พลอย ชั้นดี เช่น ทับทิม บุษราคัม มรกต และพลอยสีน้ำเงิน มีอยู่ตามเทือกเขาทั่วไปในจังหวัดจันทบุรี "


อัญมณีในส่วนภูมิภาคนี้ นักธรณีวิทยาได้ค้นคว้าหาหลักฐานทางธรณีวิทยา และอธิบายว่า เป็นแหล่งภูเขาที่มีกำเนิดจาก หินภูเขาไฟประเภทลาวาชนิดหนึ่งที่ เรียกว่า " เนพิลิน บาซาไนท์ " ( NEPHELINE BASANITE ) ซึ่งป็นหินบะซอล ที่มีเนื้อแข็งแกร่ง มากชาวบ้านเรียกว่า " หินตับเป็ด " ผลึกพลอยจะฝังจมอยู่กับหินชนิดนี้ เมื่อขุดค้นหา จนถึงชั้นของหินชนิดนี้แล้วก็จะ นำดินมาร่อนล้างในน้ำให้ดินสลายตัว ก็จะปรากฎ ให้เห็นเม็ดพลอยที่มีแสงแวววาวหลากสีปะปน อยู่กับกรวดและหิน


การขุดค้น เสาะแสวงหา พลอยเป็นอาชีพที่เสี่ยงโชคอย่างหนึ่งและเป็นการ ดำเนินชีวิตที่ต้องพบ และประสบกับเรื่องราวแปลกๆ ที่เล่าขานกันไม่มีวันจบ ซึ่งมีทั้งสุขและทุกข์ เคล้าปนกันไปเหมือนเม็ดพลอยที่ปะปนอยู่กับกรวดหินดินทราย ก็เพราะพลอยนี่แหละที่ทำให้ นักเผชิญโชคซึ่งมีทั้งชาวจันท์ ชาวต่างจังหวัด ตลอดจนชาวต่างประเทศ ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีก็ มากหลาย แต่ที่ล่มจนหมดตัว และต้องฆ่าตัวตายเนื่องจาก การค้าพลอยขาดทุนล้มเหลว ก็ไม่ใช่น้อย


ดังมีคำพังเพยเปรียบเทียบไว้ว่า "ยาจกดวงดี อาจเป็นเศรษฐีในพริบตา ถ้าเศรษฐีดวงตก อาจเป็นยาจกได้เช่นกัน" ด้วยเหตุผลนี้แหละจีงเป็นที่เชื่อถือกันว่าพลอยนั้น เป็นแร่อาถรรพ์ เป็น ของสูง เป็นแร่ธาตุที่ผู้ค้ามิควรดูแคลนในคุณค่า และทิ้งขว้าง เหยียบย่ำในที่ต่ำเศรษฐีพลอยที่ ร่ำรวยมีหลักฐานมั่นคงมีจำนวนไม่มากนัก เขามีหลักปฏิบัติต่อพลอยอย่างดีเยี่ยม และเขาจะเก็บกำวิธีการนี้อย่างเป็นความลับสุดยอด เฉพาะตัวไม่ยอมแพร่งพรายให้ใครรู้

ขอบคุณที่มาของข้อมูลดีๆครับ(คลิ๊กเพื่อเข้าชม)

ขอขอบคุณเจ้าของรูปภาพจากหลากหลายที่มาครับ