ชายหาดจ้าวหลาว
เล่นน้ำทะเล น้ำใสหาดสวย ที่ ชายหาดจ้าวหลาว อ.ท่าใหม่
โชว์โลมาแสนรู้ที่โอเอซิสซีเวิลด์ อ.แหลมสิงห์
พบกับโลมาหลากหลายสายพันธุ์ ที่จะทำให้คุณอมยิ้ม กับหลากหลายลีลาน่ารักๆ
สะพานแหลมสิงห์
ชมวิวสวยๆ บรรยากาศชิลๆ บนสะพานแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์
น้ำตกพลิ้ว
เล่นน้ำฉ่ำชื่นกับฝูงปลาพลวง กับบรรยากาศเย็นสบาย ที่น้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์
ปลายจันท์รีสอร์ท
พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ลิ้มรสอาหารแสนอร่อย ที่ปลายจันท์ อ.ขลุง
วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560
วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558
อำเภอเขาคิชฌกูฏ
อำเภอเขาคิชฌกูฏ [เขา-คิด-ชะ-กูด]
เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดจันทบุรีอำเภอเขาคิชฌกูฏตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสอยดาว ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอมะขาม ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอมะขาม อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอท่าใหม่ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอท่าใหม่และอำเภอแก่งหางแมว
ท้องที่อำเภอเขาคิชฌกูฏเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอมะขาม ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2536 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ปีเดียวกัน และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ยกฐานะขึ้นเป็น อำเภอเขาคิชฌกูฏ โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน
การปกครองส่วนภูมิภาคอำเภอเขาคิชฌกูฏแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 5 ตำบล 45 หมู่บ้าน ได้แก่
1.ชากไทย(Chak Thai)
2.พลวง (Phluang)
3.ตะเคียนทอง(Takhian Thong)
4.คลองพลู(Khlong Phlu)
5.จันทเขลม (Chanthakhlem)
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอเขาคิชฌกูฏประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่งได้แก่
1.เทศบาลตำบลพลวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพลวงทั้งตำบล
2.เทศบาลตำบลชากไทย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชากไทยทั้งตำบล
3.เทศบาลตำบลตะเคียนทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะเคียนทองทั้งตำบล
4.เทศบาลตำบลจันทเขลม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจันทเขลมทั้งตำบล
5.เทศบาลตำบลคลองพลู ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองพลูทั้งตำบล
สถานที่สำคัญ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี
คิชฌกูฎเมืองแมน แคว้นรอยพระพุทธบาท ดารดาษไม้ผล เมืองคนคุณธรรม สวยล้ำน้ำตกกระทิง มิ่งเมืองเหลืองจันทบูร ศูนย์วัฒนธรรม
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558
อำเภอท่าใหม่ ( Tha Mai)
อำเภอท่าใหม่
เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี อำเภอท่าใหม่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอแก่งหางแมวและอำเภอเขาคิชฌกูฏ ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเขาคิชฌกูฏและอำเภอเมืองจันทบุรี ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอแหลมสิงห์ และอ่าวไทย ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอนายายอามการปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอท่าใหม่แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 14 ตำบล 124 หมู่บ้าน ได้แก่
1. ท่าใหม่ ( Tha Mai)
2. ยายร้า (Yai Ra)
3. สีพยา (Si Phaya)
4. บ่อพุ (Bo Phu)
5. พลอยแหวน (Phloi Waen)
6. เขาวัว (Khao Wua)
7. เขาบายศรี (Khao Baisi)
8. สองพี่น้อง (Song Phi Nong)
9. ทุ่งเบญจา (Thung Bencha)
10. รำพัน (Ramphan)
11. โขมง (Khamong)
12. ตะกาดเง้า (Takat Ngao)
13. คลองขุด (Khlong Khut)
14. เขาแก้ว ( Khao Kaeo)
2. เทศบาลตำบลเนินสูง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเขาวัวและบางส่วนของตำบลเขาบายศรี
3. เทศบาลตำบลหนองคล้า ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลทุ่งเบญจา
4. เทศบาลตำบลเขาบายศรี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาบายศรี (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเนินสูง)
5. เทศบาลตำบลเขาวัว-พลอยแหวน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพลอยแหวนทั้งตำบลและตำบลเขาวัว (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเนินสูง)
6. เทศบาลตำบลสองพี่น้อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสองพี่น้องทั้งตำบล
7. องค์การบริหารส่วนตำบลสีพยา-บ่อพุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสีพยาและตำบลบ่อพุทั้งตำบล
8. องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งเบญจา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งเบญจา (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหนองคล้า)
9. องค์การบริหารส่วนตำบลรำพัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลรำพันทั้งตำบล
10. องค์การบริหารส่วนตำบลโขมง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโขมงทั้งตำบล
11. องค์การบริหารส่วนตำบลตะกาดเง้า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะกาดเง้าทั้งตำบล
12. องค์การบริหารส่วนตำบลคลองขุด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองขุดทั้งตำบล
13. องค์การบริหารส่วนตำบลเขาแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาแก้วทั้งตำบล
สระแก้ว สระแก้วเป็นสระโบราณ มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 7 เมตร อยู่ในป่าทึบใกล้กับเขาสระแก้ว ตำบลพลอยแหวน น้ำในสระนี้มาประกอบพิธีทำเป็นน้ำอภิเษกนับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา น้ำในสระใสบริสุทธิ์เต็มเปี่ยมตลอดเวลา มองเห็นเป็นสีมรกต ในสระปรากฏมีแสงสว่างเป็นวงเขียวคล้ายแก้วเป็นวงรอบสระ
วัดเขาสุกิม เป็นวัดที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก ตั้งอยู่บนเขาในเขตตำบลเขาบายศรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร และแยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 305 เข้าไป 13 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป บริเวณวัดกว้างขวางตั้งสูงขึ้นไปอยู่บนเชิงเขา มีพื้นที่ประมาณ 3,280 ไร่ ภายในวัดมีศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุ และวัตถุโบราณล้ำค่าต่าง ๆ มากมาย ส่วนหนึ่งได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาล้วนแล้วแต่มีค่าทั้งทางด้านศิลปะและราคา มีโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่มาวัดตลอด 24 ชั่วโมง และมีที่พักจัดไว้ให้ผู้ที่มาปฏิบัติกิจทางศาสนาได้พักหลับนอนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนและโรงพยาบาลที่พระอาจารย์สมชายได้สร้างให้เป็นสมบัติของทางราชการด้วย
หาดแหลมเสด็จ อ่าวคุ้งกระเบน เป็นหาดทรายขาวสะอาดยาวเหยียดสุดตา ในบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศูนย์การพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีการสาธิตการดำเนินการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาอาชีพราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวคุ้งกระเบนเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยเน้นในเรื่องการประมงชายฝั่ง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการเกษตรอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและสิ่งแวดล้อม โดยมีสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าไม้ชายเลนเพื่อให้ผู้มาท่องเที่ยวได้ศึกษาเกี่ยวกับนิเวศวิทยาป่าไม้ชายเลนอีกด้วย บริเวณหาดชายแหลมเสด็จมีบริการร้านอาหารทะเลพร้อมที่พัก
หาดเจ้าหลาว หาดทรายขึ้นชื่อของจันทบุรี ด้วยลักษณะหาดที่ตื้น ทำให้เวลาน้ำลง แนวสันทรายจะโผล่พ้นน้ำ เกิดเป็นหาดทรายขนาดกว้างเหมาะแก่การเล่นน้ำลุยทรายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีบริการเช่าเรือออกไปชมปะการังน้ำตื้นได้อีกด้วยเหมาะแก่การเล่นน้ำลุยทรายอย่างเต็มที่
สถาบันอุดมศึกษา อำเภอท่าใหม่ เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี เปิดทำการเรียนการสอนใน 3 คณะ
อำเภอขลุง (Khlung)
อำเภอขลุง เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี คำว่า "ขลุง" หมายถึงพื้นที่ลุ่ม น้ำท่วมถึง เดิมชาวขลุงมีอาชีพทำนาและประมง ปัจจุบันมีการปลูกผลไม้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ตามตำนานเล่ากันว่าชาวพื้นเมืองมีเชื้อสายจาก "ชอง" มีภาษาพูดเป็นภาษาชองซึ่งแตกต่างจากภาษาเขมรและไทย
ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอขลุงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 24 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 756.038 ตารางกิโลเมตร หรือ 742,523.75 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอโป่งน้ำร้อน ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบ่อไร่และอำเภอเขาสมิง (จังหวัดตราด) ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแหลมงอบ (จังหวัดตราด) และอ่าวไทย ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอแหลมสิงห์ อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอมะขาม
ประวัติ สมัยรัชกาลที่ 5 ในช่วงปี พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) สยามเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสซึ่งทำให้ต้องเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไปโดยได้ตกลงทำสัญญาว่า ฝรั่งเศสจะยึดจันทบุรีไว้เป็นประกันนานถึง 11 ปีเศษ ในปี พ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116) ได้มีการใช้พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ คือจัดตั้งอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านขึ้น ที่ทำงานของรัฐบาลในอำเภอเรียกว่า "ที่ว่าการอำเภอ" ซึ่งมีผลทำให้ขลุงจัดตั้งขึ้นเป็น อำเภอขลุง ในปี พ.ศ. 2441 (ร.ศ. 117)
1. ขลุง (Khlung)
2. บ่อ (Bo)
3. เกวียนหัก (Kwian Hak)
4. ตะปอน (Tapon)
5. บางชัน (Bang Chan)
6. วันยาว (Wan Yao)
7. ซึ้ง (Sueng)
8. มาบไพ (Map Phai)
9. วังสรรพรส (Wang Sappharot)
10. ตรอกนอง (Trok Nong)
11. ตกพรม (Tok Phrom)
12. บ่อเวฬุ (Bo Welu)
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอขลุงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองขลุง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลขลุงทั้งตำบล
เทศบาลตำบลบ่อเวฬุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ่อเวฬุทั้งตำบล
เทศบาลตำบลเกวียนหัก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกวียนหักทั้งตำบล
เทศบาลตำบลบ่อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ่อทั้งตำบล
เทศบาลตำบลตกพรม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตกพรมทั้งตำบล
เทศบาลตำบลวันยาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวันยาวทั้งตำบล
เทศบาลตำบลซึ้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลซึ้งทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะปอนทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลบางชัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางชันทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลมาบไพ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลมาบไพทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลวังสรรพรส ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวังสรรพรสทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลตรอกนอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตรอกนองทั้งตำบล
ภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นรูปเรียวยาว มีทั้งส่วนที่เป็นภูเขา ที่ราบ และป่าชายเลน ภูเขา อยู่ในพื้นที่ตำบลบ่อเวฬุ ตำบลตรอกนอง มีลักษณะเป็นดอนสูง มีป่าและภูเขาอยู่ทั่วไป ที่ราบ อยู่ในพื้นที่ตำบลวังสรรพรส ตำบลมาบไพ ตำบลตะปอน ตำบลซึ้ง โดยที่ตำบลบางชันและตำบลบ่อติดชายฝั่งทะเล (อ่าวไทย) แม่น้ำ มีแม่น้ำที่สำคัญ คือ แม่น้ำเวฬุ ไหลจากทิศเหนือของอำเภอลงสู่ทะเลที่บ้านเกาะจิก ตำบลบางชัน นอกจากนี้ ยังมีคลองน้ำจืดไหลผ่านหลายตำบล เช่น คลองขลุง คลองซึ้ง คลองตะปอน คลองเกวียนหัก คลองตรอกนอง คลองมาบไพ คลองเขาอ่าง คลองมะกอก เป็นต้น
เรียบเรียงโดย ที่นีเมืองจันท์
_______________________________________
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
โอเอซีส ซีเวิลด์
โอเอซีส ซีเวิลด์ ตั้งอยู่ ณ ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ซึ่งห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 ก.ม.
เป็นสถานที่เพาะพันธุ์โลมา และการแสดงโลมา 2 สายพันธุ์ไทย นั่นก็คือ โลมาปากขวดหรือโลมาสีชมพู และโลมาหัวบาตรหรือโลมาอิระวดี
และนอกจากการแสดงโลมาแล้วนั้นโอเอซีส ซีเวิลด์ก็ยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำกับโลมาด้วย จับได้ สัมผัสได้ ชนิดที่เรียกว่า “เนื้อแนบเนื้อ” กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความประทับใจ เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่เป็น ครั้งหนึ่งในชีวิต
เส้นทางที่ 1 เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงหมายเลข 7) * เส้นทางนี้มีระยะทางที่ใกล้ที่สุด เป็นเส้นทางสายใหม่ที่สุด เริ่มต้นที ถ.ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ ผ่านมอเตอร์เวย์ ด่านลาดกระบังและด่านพานทองชิดซ้ายเตรียมเข้าทางแยกเข้าบ้านบึง – แกลง วิ่งเข้าแกลงระยะทาง90 กม.จากนั้น ใช้ทางหลวงหมายเลข 344 ระยะทาง50 กม.และเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3 อีก63 กม.รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ – จันทบุรี210 กม.
เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 3 (บ้านบึง – แกลง) เป็นเส้นทางสายหลักอีกสายหนึ่ง ซึ่งช่วยลดระยะทางได้ถึง70 กม.เริ่มต้นที่เขตบางนา ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี เลี้ยวซ้ายเข้า กม.ที่ 98 ถ.สุขุมวิท อ.เมือง จ.ชลบุรี ผ่าน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี อ.วังจันทร์ และ อ.แกลง จ.ระยอง ระยะทาง110 กม.จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง63 กม.จะถึงจันทบุรี รวมระยะทางจากกรุงเทฯ – จันทบุรี226 กม.
เส้นทางที่ 3 เส้นทางเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคตะวันออก เริ่มต้นที่ กม.ที่ 200 ทางหลวงหมายเลข 38 อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เลี้ยวขวาตรง กม.ที่ 230 จ.สระแก้ว เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 317 ระยะทาง189 กม.ผ่าน อ.วังน้ำเย็น , อ.สอยดาว , อ.โป่งน้ำร้อน , อ.มะขาม จนถึง จ.จันทบุรี รวมระยะทางจาก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี – จันทบุรี219 กม.
วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556
จ.จันทบุรี (Chantaburi)
จังหวัดจันทบุรี
เป็นจังหวัดทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย ทิศเหนือติดกับจังหวัดฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดตราดและราชอาณาจักรกัมพูชา ทิศใต้ติดกับอ่าวไทย และทิศตะวันตกติดกับจังหวัดระยองและชลบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 245 กิโลเมตร สภาพพื้นที่มีทั้งป่าไม้ ภูเขา ที่ราบสูง ที่ราบลุ่มน้ำ และที่ราบชายฝั่งทะเลตำนานและความเป็นมา จันทบุรีเป็นเมืองเก่าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี สร้างขึ้นโดยชนชาติ ชอง บางตำนานก็ว่าสร้างโดยชนชาติ ขอม หัวเมืองเดิมตามศิลาจารึกเรียกว่า "ควนคราบุรี" ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "เมืองกาไว" ตามชื่อผู้ปกครอง
เมืองจันทบุรีเดิมตั้งอยู่บริเวณหน้าเขาสระบาป มีชนพื้นเมืองเดิมอาศัยอยู่เรียกว่า ชาวชอง มีภาษาพูดเป็นภาษาของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยและภาษาเขมร เจ้าผู้ครองเมืองที่ยิ่งใหญ่ในตำนานคือ พระเจ้าพรหมทัต (พ.ศ. 1349-1399)
ครั้นถึงปี พ.ศ. 1800 ได้มีการย้ายถิ่นฐานมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านหัววัง ตำบลพุงทลาย ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำจันทบุรีในปัจจุบัน ต่อมาปี พ.ศ. 2200 ได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านลุ่ม อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี
ในปี พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงให้แก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีเพื่อใช้เป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรวบรวมกำลังพลในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า ในคราวนั้นเจ้าเมืองจันทบุรีนามว่าเจ้าขรัวหลาน(ยศเจ้าเมืองจันทบุรีเดิม) ชึ่งราษฎรเลือกขึ้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา โดยหวังว่าพระยาจันทบูรณ์จะช่วยปกป้องรักษาเมืองจันทบุรีให้อยู่รอดสืบต่อไป ได้ต่อต้านกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เมืองจันทบุรีอยู่รอดเป็นอิสระ รักษาแผ่นดินไว้ให้ชนชาติบูรพา แต่สุดท้ายก็ต้องปราชัยพ่ายแพ้แก่กองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยพระองค์ทรงใช้พญาช้างศึกบุกชนกำแพงเมืองจนสามารถเข้าตีเมืองเอาไว้ได้สำเร็จ เจ้าเมืองจันทบุรีได้หลบภัยไปอาณาจักรกัมพูชาจนถึงแก่อสัญกรรม เมืองจันทบุรีจึงตกเป็นของสยามนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ต่อมาในปี พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี เนื่องจากไทยมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง โดยฝรั่งเศสกล่าวหาว่าไทยล่วงล้ำดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนไทยได้อ้างว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของไทย ฝ่ายไทยเห็นว่าจะต่อสู้ทางทหารฝรั่งเศสไม่ได้จึงขอเปิดการเจรจา ทางฝรั่งเศสยื่นคำขาด โดยฝ่ายไทยต้องยอมยกดินแดนที่เป็นข้อพิพาทรวมทั้งเกาะทั้งหมดในลำน้ำโขง พร้อมเงินอีกหนึ่งล้านฟรังก์และสามล้านบาท โดยจนกว่าจะดำเนินการเสร็จฝรังเศสจะยึดเมืองจันทบุรีไว้ก่อน แต่เมื่อทางไทยดำเนินการเสร็จ ฝรั่งเศสไม่ได้ถอนกำลังออก ฝ่ายไทยจึงต้องยอมยกเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตร์ (เกาะกง) เพื่อแลกกับเมืองจันทบุรี และอีกหนึ่งปีต่อมาไทยยอมยกเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เพื่อแลกเมืองตราดคืนมา แต่ฝรั่งเศสไม่ได้คืนเมืองประจันตคีรีเขตร์แต่อย่างใด ปัจจุบันเมืองประจันตคีรีเขตร์จึงอยู่ในการปกครองของราชอาณาจักรกัมพูชา
ต่อมามีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล จัดตั้งมณฑลจันทบุรี โดยมีเมืองจันทบุรี ระยอง และตราดอยู่ในเขตการปกครองจนถึงปี พ.ศ. 2476 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย จึงยกเลิกมณฑลเทศาภิบาลและได้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ โดยแบ่งออกเป็นจังหวัดและอำเภอ ดังนั้นเมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้
ภูมิศาสตร์
จังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่บนพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 12-13 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 101-102 องศาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 245 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 6,338 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,961,250 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.6 ของพื้นที่ภาคตะวันออก และเท่ากับร้อยละ 1.8 ของพื้นที่ทั้งประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง คือ ทิศเหนือ ติดจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสระแก้ว ทิศตะวันออก ติดจังหวัดตราดและราชอาณาจักรกัมพูชา ทิศใต้ ติดอ่าวไทย ทิศตะวันตก ติดจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรีลักษณะภูมิประเทศ
สภาพพื้นที่โดยทั่วไปทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก เป็นป่าไม้ ภูเขา และที่ราบสูงเป็นส่วนใหญ่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 30-190 เมตร ทิศใต้เป็นชายฝั่งทะเลมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม บางแห่งเป็นอ่าวแหลมและหาดทราย สูงจากระดับน้ำทะเล 30-190 เมตร พื้นที่จังหวัดจันทบุรี แยกลักษณะภูมิประเทศออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ ภูเขาสูงและเนินเขา ที่ราบสูงและที่ราบเชิงเขา ที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบชายฝั่งทะเลลักษณะภูมิอากาศ สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปจังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่ในเขตที่มีอากาศร้อนชื้น มีฝนตกชุกติดต่อกันประมาณ 6 เดือนต่อปี และในปี พ.ศ. 2542 มีฝนตกจำนวน 182 วัน วัดปริมาณน้ำฝนโดยรวม 3,509.40 มิลลิเมตร และเดือนที่มีอุณหภูมิต่ำสุดในรอบปี คือเดือนธันวาคม วัดได้ 13.10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 28.46 องศาเซลเซียส ประกอบด้วย 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ฤดูหนาว ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์
- อำเภอเมืองจันทบุรี
- อำเภอขลุง
- อำเภอท่าใหม่
- อำเภอโป่งน้ำร้อน
- อำเภอมะขาม
- อำเภอแหลมสิงห์
- อำเภอสอยดาว
- อำเภอแก่งหางแมว
- อำเภอนายายอาม
- อำเภอเขาคิชฌกูฏ
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด สัญลักษณ์ประจำจังหวัด คือ รูปดวงจันทร์และกระต่าย ดวงจันทร์และแสงจันทร์ หมายถึง ความสวยงามสงบเงียบ และเย็นสบายของภูมิภาคนี้ รูปกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของดวงจันทร์ ซึ่งชาวไทยโดยทั่วไปเชื่อว่ามีอยู่เช่นนั้นมาแต่ดึกดำบรรพ์
ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกเหลืองจันทบูร
ต้นไม้ประจำจังหวัด
- 1 ต้นสำรองหรือพุงทะลาย (Scaphium macropodium )
- 2 จัน (Diospyros decandra)
ตลาดอัญมณี เมืองจันท์ขึ้นชื่อเื่รื่องซื้อขายส่งออกพลอย และเป็นแหล่งศูนย์รวมพลอยหลากหลายชนิดทั่วทุกมุมโลก
สถานศึกษา
- มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
- มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสารสนเทศจันทบุรี
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี
- สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์จันทบุรี)
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (ศูนย์วิทยพัฒนาจันทบุรี)
โรงเรียน
โรงเรียนประจำจังหวัดจันทบุรี ได้แก่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี และโรงเรียนศรียานุสรณ์ โดยในสมัยอดีต ได้แบ่งแยกเป็นโรงเรียนชายประจำจังหวัดและโรงเรียนหญิงประจำจังหวัด แต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นโรงเรียนสหศึกษาทั้งสองโรงเรียนแล้ว ที่ตั้งของโรงเรียนทั้งสองนั้นอยู่ใกล้กันโดยมีถนนเส้นหนึ่งตัดผ่าน นอกจากนี้อยู่ใกล้กับโรงเรียนอื่นๆเช่น โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ และโรงเรียนสฤษดิเดช เป็นต้นการคมนาคมขนส่ง การเดินทางสู่จังหวัดจันทบุรีมีเส้นทางดังนี้
เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–พัทยา–บ้านฉาง–ระยอง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตรเส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–ศรีราชา–บ้านฉาง–ระยอง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (ถนนเมืองพัทยา-ระยอง) ระยะทางประมาณ 289 กิโลเมตร
เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–แกลง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 (ถนนชลบุรี-แกลง) ระยะทางประมาณ 249 กิโลเมตร
เส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านปราจีนบุรี ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 317 (ถนนจันทบุรี-สระแก้ว) ผ่านอำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอมะขาม เข้าสู่จังหวัดจันทบุรี
เส้นทางจันทบุรี–ตราด ระยะทาง 78 กิโลเมตร เส้นทางจันทบุรี–ระยอง ระยะทาง 103 กิโลเมตร เส้นทางจันทบุรี–ชลบุรี ระยะทาง 155 กิโลเมตร
สินค้าพื้นเมือง
ผลไม้ เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ระกำหวาน ในช่วงฤดูผลไม้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวและซื้อหาผลไม้รสอร่อยราคาย่อมเยาคุณภาพดีที่จังหวัดจันทบุรีเสื่อจันทบูร หัตถกรรมพื้นบ้านอีกชนิดที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ผลิตจากกก ได้มีการนำเอากกมาดัดแปลงเป็นเครื่องใช้ต่าง ๆ มากมาย
พริกไทย จันทบุรีเป็นแหล่งปลูกพริกไทยที่สำคัญของประเทศไทยเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรี
ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ นับเป็นสินค้าพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์อีกสิ่งหนึ่งของจังหวัด เหมาะที่จะซื้อเป็นของที่ระลึกเมื่อมาเที่ยวจังหวัดจันทบุรี
อัญมณี เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายอัญมณีบนถนนอัญมณีในวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์
สถานที่ท่องเที่ยว
- อุทยานแห่งชาติทางบก
- อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
- อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น
- อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
- อุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาสอยดาว
- วนอุทยานแห่งชาติ
- วนอุทยานแห่งชาติแหลมสิงห์






















































