ชายหาดจ้าวหลาว

เล่นน้ำทะเล น้ำใสหาดสวย ที่ ชายหาดจ้าวหลาว อ.ท่าใหม่

โชว์โลมาแสนรู้ที่โอเอซิสซีเวิลด์ อ.แหลมสิงห์

พบกับโลมาหลากหลายสายพันธุ์ ที่จะทำให้คุณอมยิ้ม กับหลากหลายลีลาน่ารักๆ

สะพานแหลมสิงห์

ชมวิวสวยๆ บรรยากาศชิลๆ บนสะพานแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์

น้ำตกพลิ้ว

เล่นน้ำฉ่ำชื่นกับฝูงปลาพลวง กับบรรยากาศเย็นสบาย ที่น้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์

ปลายจันท์รีสอร์ท

พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ลิ้มรสอาหารแสนอร่อย ที่ปลายจันท์ อ.ขลุง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำตกพริ้ว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำตกพริ้ว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อำเภอขลุง (Khlung)



อำเภอขลุง เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี คำว่า "ขลุง" หมายถึงพื้นที่ลุ่ม น้ำท่วมถึง เดิมชาวขลุงมีอาชีพทำนาและประมง ปัจจุบันมีการปลูกผลไม้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ตามตำนานเล่ากันว่าชาวพื้นเมืองมีเชื้อสายจาก "ชอง" มีภาษาพูดเป็นภาษาชองซึ่งแตกต่างจากภาษาเขมรและไทย


ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอขลุงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 24 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 756.038 ตารางกิโลเมตร หรือ 742,523.75 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอโป่งน้ำร้อน ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบ่อไร่และอำเภอเขาสมิง (จังหวัดตราด) ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแหลมงอบ (จังหวัดตราด) และอ่าวไทย ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอแหลมสิงห์ อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอมะขาม


ประวัติ สมัยรัชกาลที่ 5 ในช่วงปี พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) สยามเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสซึ่งทำให้ต้องเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไปโดยได้ตกลงทำสัญญาว่า ฝรั่งเศสจะยึดจันทบุรีไว้เป็นประกันนานถึง 11 ปีเศษ ในปี พ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116) ได้มีการใช้พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ คือจัดตั้งอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านขึ้น ที่ทำงานของรัฐบาลในอำเภอเรียกว่า "ที่ว่าการอำเภอ" ซึ่งมีผลทำให้ขลุงจัดตั้งขึ้นเป็น อำเภอขลุง ในปี พ.ศ. 2441 (ร.ศ. 117)


การแบ่งเขตการปกครอง
  การปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอขลุงแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 12 ตำบล 90 หมู่บ้าน ได้แก่
1. ขลุง   (Khlung)
2. บ่อ (Bo)
3. เกวียนหัก (Kwian Hak)
4. ตะปอน (Tapon)
5. บางชัน (Bang Chan)
6. วันยาว (Wan Yao)
7. ซึ้ง  (Sueng)
8. มาบไพ (Map Phai)

9. วังสรรพรส (Wang Sappharot)
10. ตรอกนอง (Trok Nong)  
11. ตกพรม (Tok Phrom)     
12. บ่อเวฬุ (Bo Welu)  



การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอขลุงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองขลุง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลขลุงทั้งตำบล
เทศบาลตำบลบ่อเวฬุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ่อเวฬุทั้งตำบล
เทศบาลตำบลเกวียนหัก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกวียนหักทั้งตำบล
เทศบาลตำบลบ่อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ่อทั้งตำบล
เทศบาลตำบลตกพรม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตกพรมทั้งตำบล
เทศบาลตำบลวันยาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวันยาวทั้งตำบล
เทศบาลตำบลซึ้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลซึ้งทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะปอนทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลบางชัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางชันทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลมาบไพ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลมาบไพทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลวังสรรพรส ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวังสรรพรสทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลตรอกนอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตรอกนองทั้งตำบล



ภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นรูปเรียวยาว มีทั้งส่วนที่เป็นภูเขา ที่ราบ และป่าชายเลน ภูเขา อยู่ในพื้นที่ตำบลบ่อเวฬุ ตำบลตรอกนอง มีลักษณะเป็นดอนสูง มีป่าและภูเขาอยู่ทั่วไป ที่ราบ อยู่ในพื้นที่ตำบลวังสรรพรส ตำบลมาบไพ ตำบลตะปอน ตำบลซึ้ง โดยที่ตำบลบางชันและตำบลบ่อติดชายฝั่งทะเล (อ่าวไทย) แม่น้ำ มีแม่น้ำที่สำคัญ คือ แม่น้ำเวฬุ ไหลจากทิศเหนือของอำเภอลงสู่ทะเลที่บ้านเกาะจิก ตำบลบางชัน นอกจากนี้ ยังมีคลองน้ำจืดไหลผ่านหลายตำบล เช่น คลองขลุง คลองซึ้ง คลองตะปอน คลองเกวียนหัก คลองตรอกนอง คลองมาบไพ คลองเขาอ่าง คลองมะกอก เป็นต้น

_______________________________________

เรียบเรียงโดย ที่นีเมืองจันท์
_______________________________________

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อลงกรณ์เจดีย์และอนุสาวดีพระนางเรือล่ม



อลงกรณ์เจดีย์และอนุสาวดีพระนางเรือล่ม

เป็นเจดีย์ศิลาแลง ทรงกลมแบบลังกา มีบันไดขึ้นบานทักษินทั้ง 4 ด้าน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประภาสน้ำตกพริ้ว พ.ศ. 2419 ได้โปรดเกล้าฯให้ พระยาจันทบุรีสร้างขึ้น ณ เขาสระบาปบริเวณน้ำตกพลิ้ว


และเมื่อ พ.ศ. 2424 ได้โปรดเกล้าฯให้สร้า้งพระอนุสาวรีย์เป็นรูปปิรามิดด้วยแผ่นอิฐ เพื่อบรรจุอังคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ที่ทรงเคยเสด็จมา ณ ที่แห่งนี้


ทรงโปรดให้จารึกอักษรข้อความไว้ว่า "ระลึกถึงความรัก แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชาเทวีอรรคมเหสี ซึ่งเสด็จทิวงคตแล้ว ด้วยเธอได้มาถึงที่นี่เมื่อจุลศักราช 1236(พ.ศ.2417) โดยความยินดีชอบใจอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์บรมราชผู้เป็นราชสวามี อันมีความทุกข์เพราะเธอเป็นอย่างยิ่ง ในจุลศักราช 2413 (พ.ศ.2424)"


ต่อมาทั้งอลงกรณ์เจดีย์และอนุสาวดีพระนางเรือล่ม ชำรุดทรุดโทรมลงมาก จังหวัดจันทบุรีและกรมศิลปากรจึงร่วมกันบูรณขึ้นใหม่ตามแบบเดิม เมื่อ พ.ศ. 2508 แต่แผ่นดินอ่อนที่จารึกข้อความนี้ไว้ได้สูญหายไปเสียแล้ว